Home

>

Feed

>

Story

>

Story

/ Sep 23, 2020

Serviced Marketing Platform รูปแบบการให้บริการของเอเจนซี่โลกใหม่

Serviced Marketing Platform รูปแบบการให้บริการของเอเจนซี่โลกใหม่

เรามักจะเห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ของสินค้าในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น นาฬิกาอัจฉริยะที่สามารถวัดข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้งาน รถยนต์ที่สามารถขับเองได้ หรือแม้กระทั่งเครื่องใช้ในบ้านที่เลียนแบบความสามารถมนุษย์ 

แต่ก็ไม่ใช่ว่างานบริการจะไม่มีนวัตกรรมใหม่ นวัตกรรมส่วนมากของงานบริการจะเป็นการพัฒนาระบบปฎิบัติการหลังบ้าน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น ระบบจองคิว บริการเรียกแทกซี่ หรือการบริหารการท่องเที่ยวและเดินทาง 

ผู้ให้บริการทางการตลาดเองก็เช่นกัน ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของ Advertising Agency, Marketing Agency, Branding, Event, Media Agency หรือรูปแบบอื่นๆ ต่างเป็นผู้ให้บริการที่ต้องปรับตัวตามเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบกับพฤติกรรมผู้บริโภค จึงเกิดการให้บริการรูปแบบใหม่ที่จะช่วยสร้างผลลัพธ์ และประสิทธิภาพ เรียกว่า Serviced Marketing Platform

Serviced Marketing Platform คือส่วนผสมของการให้บริการผ่านผู้เชี่ยวชาญ บวกกับแพลตฟอร์มในการทำงานระหว่างผู้ให้บริการและลูกค้า และแพลตฟอร์มเทคโนโลยีการตลาดที่จำเป็น ด้วยรูปแบบบริการนี้นักการตลาดจะยังคงมีปฎิสัมพันธ์กับผู้ให้บริการเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือสามารถเข้าถึง Client Interface ของแพลตฟอร์มย่อยได้ 

 

 

ด้วยความเป็น Platform-Centric จะช่วยลดภาระ Operation Work อีกทั้งยังช่วยรักษามาตรฐานของระดับงานบริการให้สม่ำเสมอยิ่งขึ้น สุดท้ายจะสร้างผลลัพธ์ทางการตลาดได้ดีขึ้น โดยใช้พลังงานในการทำงานน้อยลง ซึ่งวันนี้จะขอสรุปให้ผู้อ่านสั้นๆ

    

5 เหตุผล ว่าทำไม Serviced Marketing Platform จึงเป็นรูปแบบบริการในอุดมคติสำหรับโลกใหม่

01 การเข้ามาของเทคโนโลยีทางการตลาด

วันนี้ไม่มีนักการตลาดคนไหน หรือองค์กรการตลาดที่ไหนจะหลีกหนีเทคโนโลยีได้ ไม่ว่าจะเป็น MarTech หรือ AdTech ที่มีความซับซ้อน ส่วนมากมาในรูปแบบ SaaS (Software as a Service) ที่ผู้ใช้งานต้องเรียนรู้วิธีใช้งานและจัดการระบบปฎิบัติการด้วยตนเอง และเมื่อเทคโนโลยีเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ และมีข้อดีที่แตกต่างกันไป ดังนั้นผู้ใช้งานจึงต้องนำ SaaS หลายๆ ตัวมาใช้ใน Marketing Platform ของตัวเอง เพื่อสร้างผลลัพธ์สูงสุดจาก Best-of-the-breed Solutions เหล่านั้น 

แต่นักการตลาดก็มีภาระผูกพันธ์เกี่ยวกับธุรกิจรายวัน (Day-to-day Operation) มากมาย จึงจำเป็นต้องมีผู้ให้บริการที่เชี่ยวชาญ และเข้าถึง MarTech Solutions ที่หลากหลาย เพื่อดูแลและเลือกใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสม

  

02 ตอบรับเทรนด์ของการทำงานในโลกใหม่

การทำงานของนักการตลาดในวันนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว และยังคงเปลี่ยนแปลงต่อไป ปัจจัยหลักคงหนีไม่พ้นวิถีการใช้ชีวิตแบบ New Normal ที่ส่งผลให้คนทำงานบนแพลตฟอร์มมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นการทำงานแบบ Work From Home ก็ต้องมีเทคโนโลยีบางอย่างที่ทำให้ทีมงานที่ทำงานต่างที่ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพบนพื้นที่เสมือน ซึ่งเราเรียกพื้นที่นี้ว่า Collaborative Working Platform 

ยิ่งไปกว่านั้นการทำงานจะมีความเเป็นทีมเฉพาะกิจมากขึ้น เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงและจับโอกาสทางการตลาดได้เร็วขึ้น จึงไม่สามารถยึดติดกับบุคลใดบุคคลหนึ่ง หรือทีมงานใดทีมงานหนึ่งได้ การทำงานบนแพลตฟอร์มจึงทำให้การทำงานต่อเนื่อง ไม่สะดุดแม้ในสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

  

03 บริการเอเจนซี่ไม่ใช่ความหรูหรา แต่ต้องนำมาด้วยธุรกิจ

ธุรกิจโฆษณาใด้กลายเป็น Business Solution อย่างเต็มรูปแบบไปแล้ว วันนี้ทุกคนมองหา Performance Advertising เน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจโดยตรง ซึ่งไม่ได้แปลว่างานโฆษณาสมัยนี้จะไม่ ”แกรนด์” ผลลัพธ์ต่อสายตาผู้บริโภคยังคงอลังการเหมือนเดิม แต่ความเวิ่นเว้อในกระบวนการทำงานที่มีความฟุ่มเฟือยจะถูกตัดทอนลง 

การทำงานผ่านแพลตฟอร์ม ซึ่งช่วยลดขั้นตอนที่ฟุ่มเฟือย แต่จะได้มาซึ่งผลลัพธ์ทางธุรกิจที่มากขึ้นจากงบประมาณเท่าเดิม  

 

04 ยุค Multi-Everything จริงจัง!

คนทำงานสายการตลาดต้องเป็นคน Multi-Tasking ที่บริหารหลายสิ่งอย่างได้ในคราวเดียว ต้องมี Multi-Skills ที่หลากหลาย ยิ่งไปกว่านั้นต้องบริหารการตลาดและการสื่อสารหลายช่องทางแบบ Multi-Channel ไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่แบ่งย่อยซอยยิบแบบ Muti-Segments จนบางที่ถึงระดับการทำ Mass-Personalisation ซึ่งคุณต้องสื่อสารแบบ Multi-Messages แถมยังต้องไปแสดงผลบน Multi-Screens ที่เข้าถึงผู้บริโภคในวาระโอกาสที่แตกต่างกัน 

ด้วยปัจจัยทั้งหมดนี้ แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้วิธีการบริหารจัดการโปรเจกต์ทางการตลาดแบบเดิมๆ Serviced Platform จึงเข้ามาช่วยบุคลากรผู้ให้บริการจัดระเบียบสิ่งเหล่านี้ใด้อย่างประสิทธิผล

  

05 ความสำเร็จจากการทำ Trial and Error แบบไม่มีที่สิ้นสุด

ยุคนี้เราจะเห็นว่าแบรนด์หน้าใหม่ หรือสตาร์ทอัพสามารถเป็นผู้นำในตลาดได้ในเวลาอันสั้น แบรนด์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ใช้คอนเซปต์ในการทำ MVP (Most Viable Product) พูดสั้นๆ ก็คือทำในสิ่งที่ใช้งานได้และทำได้ง่ายก่อนเลย ไม่จำเป็นต้องรอให้ทุกอย่างเพอร์เฟค ยิ่งเราออกไอเดียอะไรได้เร็วก็จะเรียนรู้ได้เร็ว เราก็จะก้าวสู่ความสำเร็จใด้เร็วที่สุด 

ในวงการสตาร์อัพเรามักจะได้ยินคำว่า Fail fast. Learn fast. ความหมายที่แท้จริงอยู่ที่การเรียนรู้ การตลาดยุคนี้ต้องทดลอง ลองผิดลองถูกให้ได้มากที่สุด จนเจอสูตรลับแห่งความาสำเร็จ แล้วก็จะจับโอกาสแห่งความสำเร็จนั้นไว้ แต่มันก็จะอยู่กับคุณไม่นาน เพราะสูตรลับก็จะกลายเป็นสูตรสาธารณะ แล้วคุณก็จำเป็นที่จะต้องวนกลับเข้าวงจร Trail and Error ไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้าคุณมี Serviced Marketing Platform ที่พร้อม คุณจะมีข้อได้เปรียบในการเรียนรู้จากความผิดพลาดและความสำเร็จในอัตตราที่เร็วกว่าคนอื่น 

  

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการแพลตฟอร์มทางการตลาด EMP (Engagement Marketing Platform) คลิก 

Sign up for more content updates

Contributor

Writer Twipat Tesprateep Managing Director NeuMerlin Group