Home

>

Feed

>

Story

>

Story

/ Nov 01, 2022

Storytelling คืออะไร ? เล่าเรื่องเป็น เห็นแบรนด์ Success ได้มากกว่าที่คิด!

Storytelling คืออะไร ? เล่าเรื่องเป็น เห็นแบรนด์ Success ได้มากกว่าที่คิด!

ครั้งก่อนเราได้พูดถึง Content Pillar ว่ามันคืออะไรมีผลกับการทำคอนเทนต์ของเราอย่างไรไปแล้ว ใครที่ยังไม่ได้อ่านสามารถกดอ่านได้ที่นี่ 

ต้นกำเนิดของ Storytelling

ลองนึกดูสิว่ายังจดจำนิทานที่ฟังสมัยเด็กเรื่องไหนได้บ้าง? แน่นอนว่าทุกคนล้วนต้องมีเรื่องที่ตัวเองจดจำได้บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งเรื่องที่พอจะระลึกได้ ก็มักจะเป็นเรื่องที่โปรดปรานสุด ๆ เพราะเรื่องเล่ากับมนุษย์เป็นของคู่กันมาตั้งแต่อดีตกาล ดังคำกล่าวที่ว่า “มนุษย์เป็นนักล่าตอนกลางวัน เป็นนักเล่าตอนกลางคืน” จากหลักฐานนักวาดบนผนังถ้ำที่เป็นบรรพบุรุษของเราใช้บอกเล่าเรื่องราวการล่าสัตว์ให้คนในกลุ่มได้รู้ จนพัฒนามาเป็นการใช้ภาษาบอกเล่าความคิดในแบบปัจจุบัน

Source : มิวเซียมไทยแลนด์

Storytelling ในยุคการทำตลาดออนไลน์ด้วยคอนเทนต์

ในความเป็นจริงการเล่าเรื่อง หรือที่เรามักจะเรียกว่า “Storytelling” ก็คือรูปแบบการทำการตลาดอย่างหนึ่ง โดยต้องใช้ศิลปะสร้างสรรค์เรื่องราวออกมา เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ซึ่งมันไม่ใช่การที่เราพยายามจะขายของให้กับลูกค้า แต่มันคือการเน้นสร้างประสบการณ์ร่วมกันต่างหาก

Storytelling เชื่อมโยงกับความเป็นวิทยาศาสตร์

จากผลการวิจัยพบว่า Storytelling ทำให้ผู้ฟังสามารถจดจำข้อมูลได้เพิ่มขึ้นถึง 63 เปอร์เซ็นต์ เพราะการเล่าเรื่องจะกระตุ้นสมองหลาย ๆ ส่วน และปล่อยสารสำคัญที่ดี 2 ตัว ได้แก่ Dopamine กับ Oxytocin จนเกิดเป็นสภาวะ Immersion พูดง่าย ๆ ก็คือ เรื่องเล่านั้นจะ ทำให้เกิดการเคลิบเคลิ้มและคล้อยตามนั่นเอง

สร้างการจดจำด้วย Storytelling

ในการทำคอนเทนต์ที่บอกเล่าแต่ข้อมูล หรือ Information เพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถดึงดูดความสนใจและเป็นที่จดจำได้มากพอเมื่อเทียบกับการเล่าเรื่องที่ใส่ความรู้สึกร่วม (Emotion) เข้าไป ซึ่งหากจะตีความแล้วเขียนเป็นสมการให้เข้าใจง่ายขึ้น ก็คือ Information + Emotion = Memories จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ เพราะถ้าต้องการให้กลุ่ม Audience ฟังและจดจำเราได้มากขึ้น ก็ต้องพึ่งการทำคอนเทนต์แบบ Storytelling เข้าช่วย

Storytelling กลยุทธ์เก่าแต่ยังเก๋า ที่คนทำคอนเทนต์ขาดไม่ได้

ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย มนุษย์ก็ยังคงชอบเสพเรื่องเล่ากันตลอดเรื่อยมา ดังนั้น การใช้ Storytelling เข้ามาช่วยในการทำคอนเทนต์จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย ซึ่งเหตุผลหลัก ๆ ก็คือ

1.Stories Grab Attention ลองคิดดูสิว่าในหนึ่งวัน เราเห็นโฆษณาเยอะขนาดไหน? แล้วเราจำโฆษณาไหนได้บ้าง? ซึ่งคอนเทนต์ที่มีการเล่า Storytelling ได้ดี จะช่วยดึงดูดความสนใจและสร้างการจดจำได้มากกว่า มีกรณีศึกษาของโครงการ Save the Children ที่ระดมทุนหาเงินมาช่วยเด็ก ๆ ผู้ยากไร้ ซึ่งได้ทำคอนเทนต์มา 2 แบบ แบบแรก คือ คอนเทนต์ที่บอกแค่ Information ทั่วไป เช่น โครงการนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร วัตถุประสงค์ของโครงการ ต้องการเงินบริจาคเท่าไหร่ และแบบที่สอง คือ คอนเทนต์ที่เล่าเรื่องชีวิตของเด็กในโครงการว่าเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง ต้องพลัดพรากออกมาจากครอบครัวอย่างไร เพื่อให้คนอ่านรู้สึกร่วมไปด้วย ซึ่งหลังจากที่ทำการโพสต์ไปแล้วทั้งสองคอนเทนต์ ผลปรากฎว่า คนส่วนใหญ่บริจาคเงินให้คอนเทนต์ภาพที่มีการเล่าสตอรี่มากกว่าถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับคอนเทนต์ที่ไม่มีสตอรี่

2.Stories Sell Better หากคุณต้องการทำคอนเทนต์ขายสินค้า การใช้ Storytelling ก็ช่วยสร้างยอดขายได้เช่นกัน ยิ่งการขายสินค้าสมัยนี้ที่มีคู่แข่ง โปรโมชั่น ขายในลักษณะแบบเดียวกันเกลื่อนไปหมด แน่นอนว่าถ้าไม่มีการเล่าเรื่องคอนเทนต์ที่ดี ก็อาจทำให้พลาดการขายไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งเคสนี้ได้มีการนำโครงการ Significant Objects พัฒนาโดย Rob Walker และ Joshua Glenn มาทดลองด้วยการนำของมือสองจาก eBay มาขายต่อ โดยแบ่งเป็นสองโพสต์ แบบแรก คือ คอนเทนต์ที่เขียนอธิบายขายสินค้าแบบสั้น ๆ และแบบที่สอง คือ คอนเทนต์ที่เพิ่มเรื่องเล่าของสินค้าเข้าไป ซึ่งผลปรากฎว่า คอนเทนต์แบบที่สองที่มีการใส่เรื่องเล่าเข้าไปกลับขายได้ดีกว่า และสร้างมูลค่าของได้เพิ่มขึ้นมากกว่าโพสต์แบบแรก

ไม่น่าเชื่อว่าแค่การใส่เรื่องราวเล่าลงไปก็สามารถสร้างยอดขายและความน่าสนใจให้กับคอนเทนต์นั้นอย่างง่ายดาย
ดังตัวอย่างข้างต้นที่ได้ลองหยิบมาให้ชมเป็นกรณีศึกษา ซึ่งหากเล่าเรื่องเป็น ก็จะเห็นธุรกิจโตได้ไม่ยาก   

Sign up for more content updates